สไตล์การจัดสวนแบบญี่ปุ่น สัมผัสได้ถึงความยิ่งใหญ่ของธรรมชาติ

June 10th, 2015

Kenrokuen Gardenสไตล์การจัดสวนที่เน้นความสวยงาม บรรยากาศสบายๆ และมีเอกลักษณ์ในแบบตัวเอง โดยส่วนมากสวนญี่ปุ่นก็จะจัดออกแนวโบราณๆสไตล์วังของจักรพรรดิหรือตำหนักของโชกุนที่เน้นตกแต่งด้วยก้อนหินขนาดต่างๆ ต้นไม้ น้ำตก และอาคารโครงสร้างแนวแดนปลาดิบ ซึ่งสไตล์ญี่ปุ่นจะเน้นความเป็นระเบียบและความใกล้ชิดกับธรรมชาติให้ได้มากที่สุด เพื่อให้สวนมีบรรยากาศสบายๆ ผ่อนคลาย และปล่อยวางความวุ่นวายจากโลกภายนอก ซึ่งถ้าคุณคิดจะจัดสวนสไตล์ญี่ปุ่น เริ่มแรกก็ต้องออกแบบสวนกันคร่าวๆก่อนว่าจะจัดวางอะไรเอาไว้ตรงไหน เพื่อให้พอมองเห็นคอนเซ็ปต์ของสวนได้บ้าง และต้องเน้นจัดวางให้เนี้ยบ ดูสมดุลพอดี รวมทั้งพยายามเกลี่ยจุดสนใจของสวนให้ทั่วๆด้วย

การจัดสวนแบบญี่ปุ่นที่แสดงออกถึงความรักและเคารพใน ผืนดิน ก้อนหิน และพืชพันธุ์ ซึ่งแม้จะเป็นบริเวณเล็กๆ แต่ก็สามารถนำจินตนาการของผู้ใช้ให้สัมผัสได้ถึงความยิ่งใหญ่ของธรรมชาติ สวนญี่ปุ่นจะใช้ธรรมชาติเป็นแกน ดังนั้นพันธุ์ไม้ที่ใช้ประกอบในสวนจึงเป็นพันธ์ไม้ที่สรรหามาจากป่าตามธรรมชาติ โดยเฉพาะต้นสนของญี่ปุ่นซึ่งมีลีลาและรูปทรงสวยงามมากและมีมากมายหลายชนิดด้วยกัน พันธ์ไม้ประกอบอื่นๆก็ใช้พันธุ์ไม้ประเภทไม้ใบที่มีสีเขียวตลอดทั้งปี จัดทำเป็นพุ่มใหญ่บ้างเล็กบ้างตามความเหมาะสมของสถานที่และกลมกลืนกับสิ่งแวดล้อมของสวน เช่น น้ำตก ลำธาร สะพาน ตะเกียงหิน แผ่นทางเดิน ฯลฯ บางครั้งอาจย่อส่วนของต้นไม้หรือตัดให้มีลีลาสง่างาม เพื่อให้เกิดความสมดุลในองค์ประกอบศิลปะ

การจัดสวนญี่ปุ่นไม่นิยมปลูกแปลงไม้ดอกไว้ในสวนเลย ถ้าจะปลูกแปลงไม้ดอกก็มักจะจัดสัดส่วนไว้ต่างหากแยกออกไปไม่นำมาปะปนกับสวน แต่สวนญี่ปุ่นไม่ใช่ไม่มีดอกไม้เสียเลย ไม้ป่าบางชนิดที่นำมาปลูกเมื่อถึงฤดูออกดอกก็จะมีดอกที่สวยงามเหมือนกัน แต่ก็มีเพียงระยะสั้นๆเท่านั้น และก็มีน้อยต้นไม่มากนัก เช่น อาซาเลีย เป็นพันธุ์ไม้ที่ค่อนข้างเล็กหนาและสีเขียวเข้มลักษณะเป็นมัน นำมาปลูกเป็นกอแล้วตัดแต่งให้เป็นพุ่มทรงกลมหรือรูปไข่ เมื่อถึงฤดูออกดอกก็จะให้ดอกสีชมพูอ่อนบ้างเข้มบ้าง และขณะออกดอกจะไม่ทิ้งใบหมด ต้นไม้ที่ใช้ประดับกรือปลูกในสวนญี่ปุ่นใช้ทั้งชนิดที่มีใบเล็กและชนิดที่มีใบใหญ่

สำหรับคนรักสวนกับการดูแลสวนในช่วงฤดูร้อน

April 29th, 2015

สำหรับคนรักส่วนกับการดูแลส่วนในช่วงฤดูร้อนในฤดูร้อนที่เต็มไปด้วยแสงแดดและอุณหภูมิในอากาศที่มีความร้อนสูง แน่นอนย่อมส่งผลกระทบต่อต้นไม้สวยๆในพื้นที่การจัดสวนอันเป็นที่รักของคนรักสวน ซึ่งหากเราไม่ได้เอาใจใส่ดูแลสวนเท่าที่ควรความเขียวสดใจจากพรรณไม้ในสวนของเราอาจมีการเสื่อมโทรมเหี่ยวเฉาให้เห็นกันก็ได้ ฉนั้นเมื่อถึงฤดูร้อนเราจึงต้องดูแลเอาใจใส่พื้นที่ของการจัดสวนของเราให้เป็นพิเศษ

การดูแลสวนในช่วงฤดูร้อนเพื่อให้สวนสวยและสมบูรณ์

  1. การรดน้ำต้นไม้สำคัญเป็นพิเศษ เมื่อถึงหน้าร้อนที่มีอุณหภูมิสูงพืชจะมีอัตราการคายน้ำที่สูงขึ้น ทำให้พืชต้องการน้ำทั้งจากใต้ดินและในอกาศมากขึ้น การให้น้ำต้นไม้จึงจำเป็นต้องให้มากขึ้นและการรดน้ำต้องให้มีความสม่ำเสมอมากเป็นพิเศษ การรดน้ำต้นไม้ในหน้าร้อนควรจะรดน้ำต้นไม้ในเวลา ช่วงเช้า ประมาณไม่เกิน 6โมง-8โมง เช้า ก่อนที่แสงแดดจะลง และช่วงเย็น ประมาณ 5โมง เย็น ลงไปหลังจากแสงพระอาทิตย์หมด การให้น้ำควรจะให้น้ำเป็นละอองฝอย ทั่วทั้งบริเวณ เพื่อทำให้เกิดความชื้นในอากาศ และให้น้ำบนดินเพื่อให้มีความชุ่มชื่นบนพื้นดิน เคล็ดลับที่จะทำให้พื้นดินมีความช่มชื่นนานมากเป็นพิเศษ คือการหาวิสดุคลุมดินที่ช่วยลดการระเหยของน้ำจากผิวได้ อย่างเช่น กาบมะพร้าวสับ ไว้บริเวณโคนของต้นไม้ เพื่อจะให้พื้นดินมีความช่มชื่นอยู่ได้นานยิ่งขึ้น
  2. ตัดแต่งกิ่งไม้ที่แห้งและไม่จำเป็นออก การดูแลตัดแต่งกิ่งที่ไม่สมบูรณ์ออกบ้างเพื่อที่จะให้สวนของคุณดูสวยสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น และการตัดแต่งกิ่งต้นไม้ที่เยอะเกินความจำเป็นก็เป็นวิธีที่จะช่วยลดปริมาณการคายน้ำของต้นไม้ด้วยอีกวิธนึงและยังทำให้สวนสวยและมีระเบียบขึ้น
  3. ต้นไม้ชนิดไหนไม่ชอบแดดควรจะย้าย สำหรับผู้ที่ปลูกไม้ดอกไม้กระถางเพื่อตกแต่งสวน ต้องลองดูว่าพรรณไม้เหล่านั้นเป็นพรรณไม้ที่สามารถทนแดดทนกับอากาศที่ร้อนได้หรือไม่ ถ้าไม่ก็ควรทำการย้ายกระถางเพื่อหาที่อยู่ใหม่ของต้นไม้เหล่านี้ โดยเฉพาะผู้ที่ชื่นชอบพืชประเภทกล้วยไม้ควรที่หาวัสดุประเภทสแลนมาทำเป็นหลังคาโรงเรือนกล้วยไม้ไว้ชั่วคราว เนื่องจากอากาศที่ร้อนจัดกับพรรณไม้ที่ทนแดดไม่ได้อาจจะทำให้ต้นไม้หยุดการเจริญเติบโตและเฉาตายได้ในที่สุด
  4. ระมัดระวังการให้ปุ๋ย ควรระมัดระวังเรื่องของการใส่ปุ๋ยต้นไม้ในช่วงหน้าร้อนโดยเฉพาะปุ๋ยเคมี ไม่ควรที่หว่านปุ๋ยให้ไปตกหล่นบริเวณใบของต้นไม้ เนื่องจากความร้อนและสารเคมีจะทำให้ใบของต้นไม้เกิดการไหม้ได้ ควรให้ปุ๋ยบริเวณโคนของต้นไม้และให้รดน้ำตามเพื่อให้ปุ๋ยละลายลงสู่พื้นดิน
  5. ควรหมั่นพรวนดินอย่างสม่ำเสมอ พื้นดินในช่วงหน้าร้อนนอกจะขาดน้ำแล้วยังจะแห้งและแข็งการรดน้ำเข้าไปใหม่จะทำให้น้ำซึมซับลงสู่พื้นดินได้น้อย จึงจำเป็นต้องทำการพรวนดินเพื่อให้ร่วนซุยมากขึ้น โดยเฉพาะบริเวณโคนต้นไม้ เพื่อให้น้ำและอากาศไหลลงสู่พื้นดินเพื่อหล่อเลี้ยงรากของต้นไม้ได้ดียิ่งขึ้น

เสน่ห์ของการแต่งบ้านด้วยสไตล์วินเทจ

March 30th, 2015

ทุกสิ่งทุกอย่างที่เป็นตัวตนของเจ้าของบ้าน มักจะมีเอกลักษณ์ ความสวยงาม และสะท้อนความเป็นตัวเองได้อยู่เสมอ การตกแต่งบ้านสไตล์วินเทจถือว่าเป็นอีกหนึ่งสไตล์การตกแต่งที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในเมืองไทย สำหรับสไตล์การตกแต่งที่รับอิทธิพลมาจากชาวตะวันตก ซึ่งจุดเด่นของการตกแต่งสไตล์วินเทจ คือความอ่อนหวานที่สอดแทรกอยู่ในทุกอณูของบ้าน มีกลิ่นอายของความเก่าปะปนอยู่อย่างมีเสน่ห์ ส่วนสไตล์คันทรีคือการตกแต่งที่ได้รับอิทธิพลมาจากชาวยุโรปในชนบท จึงใช้วัสดุที่หาได้ในท้องถิ่นของตัวเอง เช่น ไม้ หิน ผ้า เป็นต้น

สมัยนี้วินเทจกำลังได้รับความนิยมกันอย่างกว้างขวางมากกว่ายุคไหนๆที่ผ่านมา การตกแต่งบ้านด้วยสไตล์วินเทจ อาจทำได้ตั้งแต่การจำลองรูปแบบการออกแบบพื้นที่ใช้สอยที่เป็นสไตล์การออกแบบในยุคเก่ามาใช้ ร่วมกับการสรรหาข้าวของวินเทจมาประดับตกแต่ง ไม่ว่าจะเป็น โต๊ะ ตู้เตียง เก้าอี้ โซฟา เคาน์เตอร์ แจกัน โคมไฟ ฯลฯ รวมไปถึงการเลือกสีสันลวดลายผ้าม่าน วอลเปเปอร์ หรือสีทาบ้าน ซึ่งเสน่ห์ของการแต่งบ้านด้วยของวินเทจคือ สินค้าหรือข้าวของที่ยืนหยัดผ่านกาลเวลามาได้นั้น มักเป็นข้าวของที่มีคุณค่าบางอย่างในตัวเอง ทำให้คนรุ่นต่อๆมาอยากเก็บสะสมเอาไว้ไม่ทิ้งหรือทำลาย เช่น มีลักษณะการออกแบบที่ดูสวยงามเป็นเอกลักษณ์ อาจผลิตด้วยวัสดุที่มีคุณภาพมาก หรือบางชิ้นก็มีเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ที่ทำให้มีคุณค่าทางจิตใจ เมื่อผ่านมาถึงมือเราได้ จึงเป็นการรับประกันอย่างกลายๆว่า ของสิ่งนั้นน่าจะดีจริงหรือมีความงามที่อยู่เหนือกาลเวลา

การตกแต่งบ้านสไตล์วินเทจ

เป็นการผสมผสานระหว่างความเรียบง่ายแบบสมัยใหม่และความหรูหราแบบคลาสสิกโดยใช้สีอ่อนสบายตา อย่างสีขาว ครีมและน้ำตาล เป็นโทนสีหลักเพื่อสร้างบรรยากาศอบอุ่น มีการจัดวางเฟอร์นิเจอร์ต่างยุคต่างสมัย หรือการเลียนแบบของเฟอร์นิเจอร์ยุคเก่า การจัดวางต้องอาศัยความเข้าใจ การเน้นจุดเด่น, การปล่อย และการแบ่งกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นการควบโทนสีหรือบรรยากาศในห้องต้องลงตัว โดยควรกำหนดแบ็กกราวด์ทั้งผนัง เพดาน และเฟอร์นิเจอร์บิลต์อินด้วยโทนสีอ่อนและรายละเอียดน้อยๆเพื่อความพอดีของการตกแต่ง การเติมสีสันบ้านด้วยภาพที่สื่อความหมายบอกเรื่องราวของเจ้าของบ้าน

ความเป็นมาของการจัดสวนญี่ป่น

February 24th, 2015

ความเป็นมาของการจัดสวนญี่ป่น

เป็นการจัดสวนแบบหนึ่ง อันเป็นแบบฉบับของญี่ปุ่นเองโดยเฉพาะ เป็นการจัดสวนที่มีรูปแบบแตกต่างจากการจัดสวนของประเทศทางยุโรป สวนญี่ปุ่นมีความหมายอันลึกซึ้งเกี่ยวกับความงามตามธรรมชาติ ศาสนา ลัทธิ ประเพณี ปรัชญา ความนึกฝัน ศิลปะวัฒนาธรรมและแฝงด้วยความเชื่อถือในโชคลาง การจัดสวนแบบญี่ปุ่น นับวันความนิยมในการจัดสวนแบบนี้จะยิ่งแพร่หลายออกไปยังประเทศต่างๆ มากยิ่งขึ้น

การจัดสวนญี่ปุ่นได้รับอิทธิพลแบบอย่างศิลปะวัฒนาธรรมและสถาปัตยกรรมเกี่ยวกับการจัดสวนจากจีน โดยว่าจ้างชาวจีนมาเป็นผู้สอน ต่อมาญี่ปุ่นได้ดัดแปลงรูปแบบของเดิมมาเป็นของญี่ปุ่น ซึ่งไม่ซ้ำแบบใครและเป็นเอกลักษณะประจำชาติต่อเนื่องกันมาจนถึงปัจจุบัน การดัดแปลงดังกล่าวยังยึดรูปแบบของธรรมชาติแต่ย่อส่วนให้เล็กลง เพื่อให้เหมาะสมกับสภาพความเป็นอยู่ลักษณะของภูมิประเทศและพื้นที่ค่อนข้างจำกัด การที่ญี่ปุ่นโค้งคำนับให้กันอย่างอ่อนน้อมหลาย ๆ ครั้งนั้น ก็แสดงให้เห็นถึงความสุภาพและอ่อนโยนซึ่งเป็นผลจากศาสนาชินโต พระในศาสนานี้คิดที่จะจัดสวนในแบบของจีน โดยกำหนดหลักเกณฑ์ไว้ว่า
1. สวนจะต้องสร้างไว้ทางทิศใต้ของตัวบ้าน
2. สวนประกอบไปด้วยภูเขาเนินดินสลับกับพื้นที่ราบ อาจมีน้ำตก ลำธาร สระน้ำ ฯลฯ
3. การไหลของกระแสน้ำในลำธาร จะต้องไหลจากทิศตะวันออกไปทางทิศตะวันตก ทั้งนี้เพราะเชื่อว่าทิศตะวันออกเป็นทิศของความริสุทธิที่จะเป็นศิริมงคลมาให้เจ้าของบ้าน ส่วนทิศตะวันตกเป็นทิศที่ความชั่วร้ายทั้งหลายจะเดินออกไป
4. การจัดต้นไม้และส่วนประกอบอื่น ๆ

ในสมัยของจักรพรรดิ “ซุยโกะ” ปี พ.ศ. 1136 – 1337 พระนางได้รับอิทธิพลแบบอย่างศิลปวัฒนธรรมและสถาปัตยกรรมตลอดจนการออกแบบสวนมาจากจีน ได้ทรงสร้างสวนขนาดใหญ่ไว้ทางทิศใต้ของพระราชวัง ประกอบด้วยน้ำหินและเกาะ ใช้พันธุ์ไม้ต่าง ๆ ในป่าธรรมชาติมาตกแต่ง ทรงสร้างสะพานข้ามไปยังเกาะ รูปร่างของสะพานเป็นแบบของจีน   เพื่อเสด็จไปหาความวิเวกในสวนของพระองค์ สะพานจึงมีส่วนเกี่ยวข้องกับสวนญี่ปุ่นตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา และการจัดสวนของพระองค์ก็เป็นรากฐานหนึ่งของสวนญี่ปุ่น

ในประเทศไทยนิยมจัดสวนแบบญี่ปุ่นกันมากเพราะสวนญี่ปุ่นใช้เนื้อที่ในการจัดสวนไม่มากนัก มีความสวยงามอย่างเรียบๆ เหมาะกับนิสัยอันอ่อนน้อมและสุภาพของคนไทย สวนญี่ปุ่นเป็นสวนที่มีความงามอย่างมีศิลปะ

การจัดสวนดูแลต้นไม้และตกแต่งสวนในช่วงหน้าฝน

January 30th, 2015

การแต่งบ้านที่หลายๆคนมองข้าม คือ การใส่ใจกับลายละเอียดเล็กๆน้อยๆกับการตกแต่งบ้าน แค่การปรับเปลี่ยนอะไรนิดๆหน่อยๆ ก็อาจจะทำให้ภายในบ้านดูดีและน่าอยู่มากขึ้นเคล็ดลับสำหรับการดูแลตกแต่งสวนในช่วงหน้าฝน เมื่อสภาพอากาศมีการเปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะเมื่อเข้าสู่ในช่วงหน้าฝนที่มีทั้งน้ำและความชื้นทำให้การเจริญเติบโตของพืชและสิ่งแวดล้อมรอบๆบ้านมีการเปลี่ยนแปลง ฉะนั้นจึงต้องมีการดูแลและปรับปรุงการจัดสวนเพื่อให้เหมาะสมและให้เข้ากับบรรณกาศในช่วงหน้าฝนนี้ด้วยกันดังนี้
1.การดูแลป้องกันและการกำจัดวัชพืช ช่วงหน้าฝนเป็นช่วงที่พื้นดินมีความอุดมสมบูรณ์ ทำให้พืชที่ไม่ต้องการอย่างวัชพืชมีการเจริญเติบโตขึ้นได้ง่ายหากปล่อยไว้จะทำให้วัชพืชเหล่านั้นปกคลุมพื้นที่สวนและปะปนกับต้นไม้ได้ ทำให้ยากต่อการจำกัด ดังนั้นจึงควรคอยดูแลเป็นพิเศษและรีบกำจัดวัชพืชทิ้ง
2.ตรวจสอบพื้นที่และปรับปรุง สำหรับพื้นที่จัดสวนที่มีความสูงต่ำของพื้นที่ไม่เท่ากัน ควรตรวจสอบและทำการระบายน้ำเพื่อไม่ให้พืชที่อยู่ในบริเวณนั้นต้องตายจากการเน่าเสียของราก ซึ่งสามารถแก้ไขได้จากการปรับพื้นที่ลาดเอียงขึ้นใหม่และสามารถระบายน้ำออกให้ได้อย่างรวดเร็ว
3.การตัดแต่งกิ่งต้นไม้ใหญ่ที่แผ่กิ่งก้านสาขามากจนเกินไป เพราะเมื่อถึงฤดูฝนจะมีทั้งลมและน้ำฝน ทำให้กิ่งของต้นไม้อาจต้านแรงลมและรับน้ำหนักไม่ไหว ซึ่จะเกิดหักโค่นลงมาจนสร้างความเสียหายได้ จึงควรตัดแต่งกิ่งไม่ให้รกจนเกินไปและควรตรวจสอบดินบริเวณโคนไม้ใหญ่เพื่อป้องกันดินทุดตัวและล้มลงมาได้
4.การปรับเปลี่ยนต้นไม้และของแต่งสวนในช่วงหน้าฝน โดยการหาต้นไม้และของตกแต่งสวนที่มีเจริญเติบโตได้ดีเช่น ไม้ดอกชนิดต่างๆ ของตกแต่งสวน ประเภท เห็ดปลอม โอ่งมอสส์ เฟิน ชนิดต่างๆ ในการตกแต่งเพื่อให้เข้ากับบรรยากาศ
สิ่งสำคัญในการตกแต่งบ้านและสวนที่สำคัญก็คือการตัดแต่งพรรณไม้ในสวนให้ดูสวยงาม มีระเบียบ หรือการตัดแต่งให้เป็นรูปทรงต่างๆเพื่อช่วยเพิ่มความน่าสนใจของสวนให้มากยิ่งขึ้น